History
Activity
Check E-Mail
  hotmail.com
  yahoo.com
  gmail.com
บริการข้อมูล
ค้นหารหัสไปรษณีย์
พยากรณ์อากาศ
ตารางเวลารถไฟ
ตารางเวลาเดินรถ บ.ข.ส
.
หนังสือพิมพ์
ไทยรัฐ เดลินิวสคมชัดลึก
โพสต์ุทูเดย
ผู้จัดการ มติชน
ข่าวสด ฐานเศรษฐกิจ
กรุงเทพธุรกิจ บ้านเมือง
ประชาชาติธุรกิจ เนชั่น
ฺBangkok Post แนวหน้า
เส้นทางเศรษฐกิจ สยามรัฐ
Web Ranking


powered by truehits

PURE LOVE KOREA

ชมรมเยาวชนธนาคารโลก
สถานรับเลี้ยงเด็กเพียวเลิฟ
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาและสันติ

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม)
สหพันธ์ครอบครัวเพื่อความสามัคคีและสันติภาพโลก (ประเทศไทย)
UPDATE
26.12.08 9:20 PM
การให้ยาป้องกันโรคเอดส์

         โรคเอดส์ยังเป็นปัญหาสำหรับประเทศไทย การติดเชื้อเปลี่ยนจากคนที่ติดยาเสพติดมาเป็น  คนวัยรุ่น๙ึ่งเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์
์ก่อนวัยอันควร และไม่รู้จักป้องกันตัวเอง บทความนี้จะเน้น เรื่องการป้องกันการติดเชื้อโรคเอดส์

         หลักฐานว่าการใช้ยาสามารถป้องกันโรคเอดส์                จากการทดลองในสัตว์พบว่าหากให้ยาต้านไวรัสหลังจากการฉีดเชื้อเอดส์เข้าไป 4 ชั่วโมง     และให้ยานาน 28 วัน ผลไม่สามารถ
ป้องกันการติดเชื้อแต่ลดปริมาณ เชื้อต้องเน้นว่าเป็นการฉีด เชื้อเข้าไป    เมื่อทดลองใหม่โดยการนำเชื้อไปป้ายที่เยื่อบุช่องคลอดและ
เริ่มให้ยาที่ 12 , 36, ผลพบว่า 3/4รายที่ให้ยาหลังจากสัมผัสเชื้อ 72 ชม.ไม่ติดเชื้อ    ส่วนอีกรายหนึ่งพบว่าติดเชื้อ  แต่ไดรับเชื้อไปน้อย
(การที่ป้ายเชื้อที่เยื่อบุช่องคลอด       เปรียบเสมือนการมีเพศสัมพันธ์ตามปกติิโดยที่ไม่เกิดแผลจากการทดลองพบว่า      จะพบเชื้อใน
กระแสน้ำเหลือง 2 วันหลังจากได้รับเชื้อ    พบเชื้อในกระแสเลือดหลังจาก ได้รับเชื้อ 5 วัน ซึ่งจากการทดลองทำให้ทราบว่าการให้ยา
ป้องกันในช่วงเวลาที่ เหมาะสมสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ จากผลการให้ยาต้านไวรัส สำหรับเด็กที่มีแม่เป็นโรคเอดส์ พบว่าเมื่อให้
ยาแก่เด็กที่เกิดมาใน 72 ชั่วโมงจะลดอัตรา การเกิดโรคได้ร้อยละ 50 หากให้เกิน 72 ชั่วโมงผลจะไม่ดี จากการศึกษาในประเทศบราซิล 
โดยจะให้ยา 2 ชนิดหากตรวจช่องคลอดแล้วไม่พบแผล ให้ยา 3 ชนิดหากช่องคลอดมีแผล จะให้ยาเมื่อมาใน 72 ชั่วโมงหลังสัมผัสโรค
ผลพบว่าผู้ที่ได้รับยา 180 คนสามารถป้องกัน  การติดเชื้อได้ทั้งหมด ผู้ป่วย 145 คนที่ไม่ได้รับยา(มาเกิน 72 ชั่วโมง)มีอัตราการติดเชื้อ
ร้อยละ 2.7 ยังมีการศึกษาอีกหลายอันที่บ่งว่าการให้ยาป้องกันสามารถลดอัตราการติดเชื้อโรคเอดสผลเสียของการให้ยาป้องโรคเอดส์
หลังสัมผัสโรค
         เมื่อประชาชนรู้ว่ามียาที่สามารถป้องกันการติดเชื้อโรคเอดส์ได้ ประชาชนจะมีพฤติกรรมที่ เสี่ยงมากขึ้น พบว่ามีประชาชนร้อยละ
14 จะมีพฤติกรรมที่เสี่ยงเพิ่มขึ้น และร้อยละ 17 ต้องมา  รับยาป้องกันเป็นครั้งท ี่2 ผลข้างเคียงของยาต้านไวรัส      เช่น คลื่นไส้อาเจียน
(57%) อ่อนเพลีย (38%) ผลเลือดผิดปกต ิ(8%) ผลข้างเคียงมากจนต้องหยุดยา (1.3%)       เกิดการดื้อยาของเชื้อโรคเนื่องจากยาไม่
สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ทั้งหมด เชื้อที่เร็ดรอดไปก็อาจจะ  ดื้อยาได้

         การป้องกันคุ้มค่ากับเงินที่ลงทุนหรือไม
         ความคุ่มค่าหมายเงินที่ลงทุนไปว่จะให้ผลดีคุ้มค่ากับเงินที่ลงไปหรือไม มีการศึกษา ที่แสดงว่าคุ้มค่าดังนี้

         การมีเพศสัมพันธ์กับคนเป็นโรคเอดส์
         การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก(ฝ่ายถูกกระทำ)จากผู้ที่ไม่ทราบว่าเป็นโรคเอดส์หรือไม่เมื่อคุณมีเพศสัมพันธ์โดยที่ไม่ได้ป้องกัน
คุณจะทำอย่างไร เมื่อท่านมีเพศสัมพันธ์กันคนที่เป็นโรคเอดส์ หรือกับคนที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคเอดส์ หรือท่านไม่ทราบว่าเขาเป็นโรค
หรือไม่ ให้ท่านทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
         เจาะเลือดตรวจ เนื่องจากคนที่เป็นโรคส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตัวเองติดเชื้อ ดังนั้นจะต้อง      เจาะเลือดว่าติดเชื้อหรือไม่หากท่าน
ไม่ติดก็อาจจะต้องให้ยาป้องกันการติดเชื้อ      เมื่อเงื่อนไขครบ เมื่อไรจึงให้ยา เนื่องจากการให้ยาจะได้ผลเมื่อให้ใน 72 ชั่วโมงหลัง
สัมผัส และการให้ยา        จะมีผลข้างเคียง ดังนั้นจะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่สงสัยว่าจะได้รับเชื้อนั้นนาน ๆครั้ง    แต่สำหรับผู้ที่ไม่ได้แก้
เรื่องพฤติกรรมและได้รับเชื้อนั้นเป็นประจำ เช่นผู้ที่ใช้เข็ม ฉีดยาร่วมกัน          หรือผู้ที่มีสามีหรือภรรยาเป็นโรคและไม่ได้มีการป้องกัน กลุ่มคนเหล่านี้ ไม่เหมาะที่จะได้รับยา เพื่อป้องกัน เจาะเลือดคนที่ให้เชื้อ         การสัมผัสกับสารคัดหลั่งเชื่อน้ำเชื้อ เลือดของผู้ที่เป็น
โรคเอดส์     จะเสี่ยงต่อการเกิดโรค การให้ยาป้องกันภายใน 72 ชั่วโมงสามารถป้องกันการติดเชื้อ ได้ระดับหนึ่ง    ดังนั้ควรจะนำคนที่
ี่ท่านสัมผัสมาเจาะเลือดตรวจและซักประวัติ หากเพิ่งจะติด     เชื้อโรคเอดส์ในร่างกายเขาจะมีเชื่อจำนวนมากเพราะแนั้นโอกาศที่จะ
ติดเชื้อก็มาก แต่หาก  ไม่สามารถนำมาเจาะเลือด และพิจารณาว่าเขาจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น พวกติดยา พวกรักร่วมเพศ พวกสำส่อน
ทางเพศ ก็อาจจะให้ยาเพื่อป้องกันไปก่อนและนำผู้ต้องสงสัยมา เจาะเลือด หากไม่เป็นก็หยุดยาได้ทันทีพบว่าการได้รับเลือดจากคน
ที่เป็นโรคจะมีอัตราการติดเชื้อสูงสุด รองลงมาได้แก่การใช้เข็มฉีดยาร่วม การถูกเข็มตำ การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก ส่วนที่มีความ
เสี่ยงต่ำได้แก่ การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก(ฝ่ายกระทำ)       การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดการ มีเพศสัมพันธ ์ทางปาก นอกจาก
โรคเอดส์แล้วยังเป็นโรคอย่างอื่นด้วย



 

 
 

EditRegion3
โครงการเพียวเลิฟ (Pure Love) และ โครงการสานสันติภาพภาคใต้
4 อาคารยูซีเอฟ ซอยถาวรธวัช 1 ถนนรามคำแหง 24 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพ 10240
โทร 0-2718-7766 ต่อ 321, โทรสาร 0-2718-5086 E-mail: purelovenet@gmail.com