History
Activity
Check E-Mail
  hotmail.com
  yahoo.com
  gmail.com
บริการข้อมูล
ค้นหารหัสไปรษณีย์
พยากรณ์อากาศ
ตารางเวลารถไฟ
ตารางเวลาเดินรถ บ.ข.ส
.
หนังสือพิมพ์
ไทยรัฐ เดลินิวสคมชัดลึก
โพสต์ุทูเดย
ผู้จัดการ มติชน
ข่าวสด ฐานเศรษฐกิจ
กรุงเทพธุรกิจ บ้านเมือง
ประชาชาติธุรกิจ เนชั่น
ฺBangkok Post แนวหน้า
เส้นทางเศรษฐกิจ สยามรัฐ
Web Ranking


powered by truehits

PURE LOVE KOREA

ชมรมเยาวชนธนาคารโลก
สถานรับเลี้ยงเด็กเพียวเลิฟ
มูลนิธิเพื่อการพัฒนาและสันติ

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์คุณธรรม)
สหพันธ์ครอบครัวเพื่อความสามัคคีและสันติภาพโลก (ประเทศไทย)
UPDATE
26.12.08 9:20 PM
การป้องกันการติดเชื้อ HIV

            การรักษา เมื่อ 5 ปีก่อนผู้ที่ได้รับเชื้อ HIV ส่วนใหญ่จะเสียชีวิต แต่ปัจจุบันได้มีการ พัฒนารักษาไวรัส รวมทั้งมีการใช้ยาร่วมกัน
ทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตยาวขึ้น และมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น กว่าก่อน ดังนั้นผู้ที่ ติดเชื้อ HIV ควรจะปรึกษาแพทย์เสียแต่เนินเพื่อวางแผนการรักษา
เชื้อ HIV จะทำลายระบบภูมิคุ้มกันโดยการทำลายเซลล์ CD4 เมื่อภูมิคุ้มกันอ่อนแอก็จะเกิดการติดเชื้อฉวย โอกาส การรักษา โดยการ
ให้ยาต้านไวรัสเป็นเพียงหยุดหรือทำให้เชื้อไวรัสแบ่งตัวลดลงทำให้ โรคไม่รุกลามจนกลายเป็นเอดส์ ข้อมูลที่จะนำเสนอเป็นข้อมูล
สำหรับผู้ป่วยเพื่อวางแผนการรักษา

            เลือกแพทย์และโรงพยาบาลที่รักษา                      
            ปัจจัยข้อหนึ่งที่ทำให้การรักษาประสบผลสำเร็จคือแพทย์ผู้รักษาและโรงพยาบาลทีมงาน  ทางการแพทย์ต้องมีคุณภาพ ต้องเข้าใจปัญหาที่ผู้ป่วยต้องประสบอยู่ทุกวัน ต้องวางแผนการ รักษา ให้ความรู้ การป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อ การป้องกันผู้อื่น
มิให้ได้รับเชื้อจากตัวผู้ป่วย ผู้ที่ติดเชื้อมักจะมีปัญหาร่วมด้วย เช่นปัญหาทางด้านจิตใจ ปัญหาเรื่อง ยาเสพติด ปัญหา สุขภาพจิต
และปัญหาสังคม ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถ ปรึกษากับทีมงานที่รักษา และต้องไว้ใจ ซึ่งกันและกัน

             เข้าใจหลักการรักษา
            ผู้ป่วยโรคเอดส์มีปัญหาคือเชื้อ HIV ไปทำลายระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งสร้างโดย CD4 Cell เมื่อเชื้อมีปริมาณมาก
เซลล์ CD4 Cell ก็จะต่ำ ควรเริ่มการรักษาก่อนที่ภูมิจะถูก ทำลาย นอกจากดูจำนวน CD4 Cell แล้วยังต้องดู viral load คือดูปริมาณ
เชื้อที่อยู่ในกระแส เลือดนั้นเอง viral load มากเชื้อในร่างกายก็จะมากอวัยวะก็ถูกทำลายมากและเร็วและยังเกิดการกลายพันธ์ทำให้
เกิดเชื้อดื้อยาได้ง่าย ดังนั้นเป้าหมายการรักษา จะต้องให้ปริมาณเชื้อ ในร่างกายมีน้อยที่สุด (viral load น้อยที่สุด) การรักษาจะใช้ยา
ร่วมกันหลายชนิดเพื่อป้องกันเชื้อดื้อยา โปรดจำไว้ว่าหากเกิดผล ข้างเคียง  จากยาที่ใช้รักษาอย่าหยุดยาชนิดใดชนิดหนึ่งโดยลำพัง
ให้ปรึกษาแพทย์เปลี่ยนยา เพราะอาจจะทำให้เชื้อดื้อยา

            การเลือกใช้ยารักษา
            การจะเลือกใช้ยารักษาขึ้นกับปัจจัยดังต่อไปนี้
            - ปริมาณเซลล์ CD4 และปริมาณเชื้อHIV ( viral load )
            - ประวัติการรักษาโรคติดเชื้อ HIV
            - ปริมาณยาที่ใช้และราคายา
            - ผลข้างเคียงของยา
            - การออกฤทธิ์ต้านกันของยา

            เมื่อไรจะเริ่มรักษา
            ผู้เชี่ยวชาญลงความเห็นเหมือนกันว่าจะเริ่มรักษาโรคเมื่อ ผู้ป่วยมีอาการของโรคเอดส์ เซลล์ CD4 ลดลง มีปริมาณเชื้อมาก

            การรักษาผู้ป่วยจะแยกเป็นกรณ
            การรักษาหลังสัมผัสโรคติดเชื้อ HIV (Post-Exposure Prophylaxis) ผู้ที่ได้รับสัมผัสเชื้อภายใน 72 ชั่วโมง เช่นการที่เจ้าหน้า
ที่ถูกเข็มตำ ขณะทำงานโดยที่เข็ม นั้นเปลื้อนเลือดผู้ป่วยHIV การเจาะเลือดหา viral load หรือ antigen หรือ antibody หลังสัมผัส
เชื้อHIV จะยังไม่พบ การให้ยาแก่คนที่สัมผัสโรคสามารถป้องกันการติดเชื้อ HIV สำหรับผู้ที่ร่วมเพศกับผู้ที่ไม่ทราบว่าติดเชื้อ HIV
หรือไม่ ยังไม่มีรายงาน ว่ามีความเสี่ยง  ต่อการติดเชื้อมากแค่ไหน ผู้ที่สัมผัสโรคต้องปรึกษากับแพทย์ ว่ามีความจำเป็นมากน้อยแค่
ไหน ให้ยา และจะให้ยานานแค่ไหน ผลข้างเคียงของยามีอะไรบ้าง
            Primary Infection หมายถึงภาวะตั้งแต่เริ่มได้รับเชื้อจนกระทั้งภูมิต่อเชื้อ HIV เพิ่มจนสามารถตรวจพบได้ ระยะนี้มีเวลาประมาณ
12-20 สัปดาห์ หากพบผู้ป่วยระยะนี้ต้อง รีบให้การรักษาโดยเร็ว แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำว่าให้รับประทานตลอดชีวิต  แต่บางท่านแนะนำ
ให้รับประทานยา 24 เดือนแล้วลองหยุดยา
            ผู้ที่ติดเชื้อ HIV โดยที่ไม่มีอาการ (Asymptomatic Patients with Established Infection ) การรักษาผู้ที่ติดเชื้อซึ่งไม่มีอาการ
ยังเป็นที่ถกเถียงกันว่าจะม ีประโยชน์หรือไม่ แต่ก็มีคำแนะนำในการรักษาตามตารางข้างล่าง
            ระยะของโรค ปริมาณเซลล์CD4+ T-Cell ปริมาณHIV RNA คำแนะนำ มีอาการของ  โรคเอดส์(เชื้อราในปากไข้เรื้อรัง) เป็นโรคเอดส์

            การติดตามการรักษา
            ก่อนการรักษาแพทย์จะตรวจจำนวน CD4-T และ viral load (HIV RNA testing) 2 ครั้งเพื่อเป็นค่าไว้สำหรับเปรียบเทียบหลัง
การรักษา 4-8 สัปดาห์แพทย์จะเจาะเลือดอีก ถ้าได้ผลดีและอาการผู้ป่วยคงที่ก็จะเจาะเลือดทุก 2-4 เดือน แต่ถ้ามีการลดลงของ CD-T แพทย์ก็จะเจาะเลือดบ่อยขึ้น


 

 
 

EditRegion3
โครงการเพียวเลิฟ (Pure Love) และ โครงการสานสันติภาพภาคใต้
4 อาคารยูซีเอฟ ซอยถาวรธวัช 1 ถนนรามคำแหง 24 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพ 10240
โทร 0-2718-7766 ต่อ 321, โทรสาร 0-2718-5086 E-mail: purelovenet@gmail.com