ผู้ที่ติดยาม้าหรือยาบ้าส่วนใหญ่จะได้แก่ ผู้ที่ทำงานในเวลากลางคืนผู้ใช้แรงงานหรือผู้ที่ต้องทำงานติดต่อกันเป็นเวลา
นาน เช่น
พนักงานขับรถโดยสารหรือรถบรรทุก ผู้ใช้แรงงานในโรงงานอุตสาหกรรมผู้หญิงที่ทำงานกลางคืนตลอดจน
นักเรียนนักศึกษาที่หักโหมในการดูหนังสือ เหตุที่เป็นคนเหล่านี้เพราะคนเหล่านี้มักเข้าใจผิดคิดว่าหากใช้ยาม้าหรือยาบ้า
แล้วจะสามารถทำงานหรือดููหนังสือได้นานมากยิ่งขึ้น แต่ไม่ได้คำนึงถึงอันตรายและผลร้าย ที่ตามมาภายหลัง ได้แก่
สุขภาพจะทรุดโทรมทั้งร่างกายและจิดใจ เพราะสมองถูกกระตุ้น
ให้ทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา เมื่อยาหมดฤทธิ์ เซื่องซึม เศร้าหมอ และหลับนาน ถ้าใช้เกินขนาดจะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้
ดังนั้น การรักษาผู้ที่ติดยาม้าหรือยาบ้า จะต้องประกอบไปด้วย
1. การให้ความรู้เกี่ยวกับยาม้าหรือยาบ้าแก่ผู้เสพติดแล้ว ให้เข้าใจโดยถ่องแท้ถึงพิษของยาม้า หรือยาบ้าที่มีต่อตัว
ผู้เสพติดทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อผู้เสพติดจะได้มีความกลัวต่อผลร้ายเหล่านั้น และมีความตั้งใจที่จะเลิกยาม้าหรือ
ยาบ้าอย่างจริงจัง
2. การปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมโดยรอบของผู้ติดยาม้าหรือยาบ้า ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่ขาดความเข้าใจซึ่งกันและ
กันครอบครัวที่ขาดความอบอุ่น ครอบครัวที่ขาดความเอาใจใส่ที่ดีพอ รวมทั้งเพื่อนฝูง หรือชุมชน หรือชุมชนโดยรอบๆ
บ้านของผู้ติดยาม้าหรือยาบ้า ตลอดจนเพื่อน นักเรียนในโรงเรียนเดียวกัน ซึ่งต้องการตรวจสอบหาข้อมูลอย่างจริงจัง หาข้อมูลให้ถึงแก่นแท้ของปัญหาจากสิ่งแวดล้อม และดำเนินการแก้ใขไปพร้อมๆ กับข้ออื่นๆ
3. ความตั้งใจอย่างแน่วแน่ของผู้เสพติด และพ่อแม่ผู้ปกครองของผู้ที่ติดยาเสพติด
ที่จะต้องการละหรือเลิกเสพ
ยาบ้าตลอดไปให้ได้
4. ผู้เสพติดยาม้าหรือยาบ้า จะต้องไปรับการรักษาจากสถาบันทางการแพทย์ต่างๆ
เช่น โรงพยาบาล
ศูนย์บริการ
สาธารณสุขทั้งในต่างจังหวัดและกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง จนกว่า จะหายจากการเสพติด
อย่างเด็ดขาด
5. ความสำเร็จในการเลิกเสพติดยาม้าหรือยาบ้า ได้ถือเป็นชัยชนะอันยิ่งใหญ่ ซึ่งนอกเหนือจากการช่วยตนเอง
แล้วท่านได้
ช่วยเหลือครอบครัวของท่าน ท่านได้ช่วยเหลือสังคมโดยส่วนรวม อันหมายถึง ประเทศไทยอันเป็นที่รัก
ของเรานั่นเอง
|