|
 |
ประวัติของยาเสพติด
|
ยาหรือสารที่ถูกนำมาใช้อย่างผิดๆหรือเสพติด มีใช้กันมานานตั้งแต่มนุษย์เริ่มค้นพบพืชซึ่งเมื่อเสพเข้าไปแล้วทำให้
ระดับความรูู้้สึกตัว เปลี่ยนแปลงไปในสมัยโบราณยาหรือสาร เหล่านี้มักจะใช้ในพิธิศาสนา เช่น ผู้ทำพิธีทางศาสนาของ
ชาวอินเดียแดง ในอเมริกากลางใช้ต้นไม้จำพวกกระบองเพชรซึ่งมีสารหลอนประสาททำใหเกิดอาการประสาทหลอนเห็น
ภาพต่างๆ และเข้าใจว่าตนสามารถติดต่อติดต่อกับวิญญาณหรือเทพเจ้าได้ชาวอินเดียนแดง เผ่าอินคา (Incas)ในอเมริกา้
ใต้เคี้ยวใบโคคา (COCA) ซึ่งมีโคเคน โดยถือว่าเป็นของขวัญ
ที่พระเจ้าประทานใหแต่้่แรกใบโคคานี้ใช้เฉพาะในหมู่พวก
กษัตริย์ของเผ่า แต่ต่อมาเมื่อประเทศสเปนเข้า
ครอบครองชนเหล่านี้ ใบโคคา ก็ถูกนำมาใช้ในหมู่ชาวอินเดียนแดงทั่วไป
เพื่อช่วยให้พวกเขามีกำลังทำงานหนักรับใช้ชาวสเปนได้ เมื่อวิทยาศาสตร์เจริญก้าวหน้าขึ้นยาหรือสารเสพติดก็เพิ่ม
ปริมาณและชนิดขึ้นและมีการนำมาใช้อย่างผิดๆ หรือเสพติดกันมาก ตัวอย่าง เช่น ฝิ่นเป็นที่รู้จักและจำหน่ายมาตั้งแต่
สมัยก่อนคริสตกาลโดยชาวเมโสโปเตเมีย (5,000 ปี ก่อนคริสตศักราช) และแพร่หลายและรักษาโรคบางอย่าง เช่น
โรคบิด โรคติดสุรา ฯลฯ ได้
นานทีเดียวกว่าอังกฤษจะรู้ฤทธิ์ในการเสพติดของฝิ่นและเมื่อนั้นฝิ่นก็ถูกนำไปใช้ เพื่อการเสพติดโดยพยายามนำ
เอาไปแพร่ในเมืองจีนเพื่อให้ชาวจีนติดฝิ่นและตนเองผูกการค้าฝิ่นแต่ผู้เดียว จนกระทั่งเกิดสงครามฝิ่นกับประเทศจีนใน
ี พ.ศ. 2382-2385 ประเทศไทยก็มีประวัติการเสพฝิ่นมาตั้งแต่่สมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 แห่งกรุงศรีอยุธยา ประมาณ
600 ปีเศษ
มาแล้วในสมัยนั้นก็มี
หลักฐานว่าพระมหากษัตริย์ทรงเล็งเห็นโทษของการเสพฝิ่น และทรงลงโทษผู้เสพติด
เช่นกัน ระหว่างสงความกลางเมืองของสหรัฐอเมริกา (American civil war) พ.ศ. 2404-2408 เริ่มมีการนำเข็มฉีดยาเข้า
ใต้ผิวหนัง
มาใชทำให้มีผู้นำมอร์ฟีนมาใช้ในลักษณะยาเสพติด ต่อมาเมื่อคนรู้จักการฉีดยาเข้าหลอดเลือดดำ เฮโรอีน
ซึ่งเป็น diethylated form ของมอร์ฟีนก็ถูกนำมาใช้้แทนมอร์ฟีน กลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 มีการนำเอาโบรมด์
มาใช้
เป็นยาสงบประสาท และรักษาโรคลมชัก ซึ่งได้รับความนิยมมากพอๆ กับยาวาเลียม และยาริเบรียม
ในปจจุบัน แต่ในในปัจจุบัน แต่โบรไมด์สำสมในร่างกาย ทำให้เกิดอาการวิกลจริตและลายสมองอย่างถาวรด้วย
ด้วยในระยะใกล้้เกียงกันก็มีผู้ผลิตยาบาร์บิทุเรท (Barbiturate) และยาสงบประสาทตัวอื่นๆและได้รับความนิยมใช้อย่าง
แพร่หลายเช่นกัน โดยผู้ใช้ไม่ทราบถึงฤทธิ์ในการเสพติดของยาเหล่านี้ปลายคริสตศวรรษที่ 19 มีผู้พบโคเคนและกัญชา
ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้จิตใจสบาย โคเคนพบว่า
มีประโยชน์ทางการรักษาโรคด้วยโดยใช้เป็นยาชาเฉพาะที่ดังนั้น โคเคนจึงเป็น
ที่นิยมใช้เป็นผลให้มีการเสพ
ผลให้มีการเสพติดโคเคน ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 แอมเฟตามีนถูกนำมาใช้ในกอง
ทหารญี่ปุ่น เยอรมัน อเมริกัน และอังกฤษ เพื่อให้ร่างกายมีกำลังกระฉับกระเฉง
อยู่ตลอดเวลา พอหลังสงครามยา
ซึ่งกองทัพญี่ปุ่นกักตุน
ไว้มาก็ทะลักสู่ตลาด ทำให้ประชาชนชาวญี่ปุ่นใช้ยากันมาก ในปี พ.ศ.2498 คาดว่ามีชาวญี่ปุ่น
ติดแอมเฟตามีนราว ร้อยละ 1 ระหว่าง พ.ศ.2503 - 2513 ในสวีเดนมีการใช้ยา Phenmetrazine (Preludin) ซึ่งคล้าย
แอมเฟตามีน ฉีดเข้าหลอดเลือดดำด้วย
ในสหรัฐเมริกาพวกฮิปปี้ซึ่งเคยนิยมใช้ แอลเอสดี (LAD) ก็ค่อยๆ หันมาใช้
แอมเฟตามีน ฉีดเข้าหลอดเลือดดำเช่นกัน ระหว่างปี พ.ศ. 2503-2513 ยาหลอนประสาทเริ่มถูกนำมาใช้มากหลัง
้ พ.ศ.2513 ผู้เสพส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกันวัยรุ่นที่มีฐานะทางเศรษฐกิจปานกลางโดยเริ่มจาก
แอลเอสดี ซึ่ง
Hofmann
เป็นผู้ค้นพบในปี พ.ศ.2496 เนื่องจากแอลเอสดีทำให้เกิดอาการวิกลจริต จึงมีนักจิตวิเคราะห์บางคนนำมาใช้เพื่อการรัก
ษาผู้ป่วนด้วย เพราะคิดว่ายานี้จะช่วยกำจัด "Repression" ให้หมดไป
ด้วยเหตุที่ยานี้ผลิตง่ายปัจจุบันจึงเป็นปัญหามาก
ในเมริกา
เนื่องจากกัญชาซึ่งเป็นยาช่วยให้ผู้เสพรู้สึกมีความสุขและความรู้สึกไวขึ้นเป็นยาที่หาได้ง่าย จึงมีการลักลอบใช้
อย่างผิด
กฎหมาย กันมาในเมริกาตั้งแต่ ปี ค.ศ.2503 เป็นต้นในยุโรป ก็เช่นกันเพิ่งจะมีการใช้กัญชา ในเวลาไล่เลี่ยกัน
นี้โดยทหารของกษัตริย์นโปเลียนเป็นผู้นำมาจากประเทศอียิปต์ทั้งๆ ที่กัญชาเป็นที่นิยมใช้กันอย่างกว้างขวางในอินเดีย
และประเทศในเอเชียตะวันออกกลางมาก่อนหลานศตวรรษในสหรัฐนิยมใช้ในคนบางกลุ่ม เช่น พวกนักดนตรีแจ๊สและ
พวกเม็กซิกันอพยพมาอยู่ในสหรัฐ
ในฝรั่งเศส เป็นที่นิยม
ใช้ในกลุ่มนักประพันธ์ ถ้าจะนับตามจำนวนผู้เสพติดหรือใช้ยา
อย่างผิดๆ สุราและบุหรี่ น่าจะเป็นสารสำคัญของปัญหานี้ แต่เนื่องจากราคาย่อมเยา สามารถหามาเสพได้ง่ายกว่าและ
ไม่ผิดกฎหมายทำให้สาร 2 ชนิดนี้ดูจะไม่มีความสำคัญ เท่าใดนักแต่กัญชายาหลอนประสาทและเฮโรอีน จำนวนผู้ใช้
และผู้เสพติดน้อยกว่ากลับเป็นปัญหาสำคัญทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เฮโรอีนกำลังเป็นปัญหามากในประเทศไทยและ
ประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่บนคาบสมุทรอินโดจีนทั้งนี้เพราะเป็นสารซึ่ง มีราคาแพงและผิดกฏหมายทั้งอำนาจในการเสพติด
ก็สูงและวิธีบางวิธียังอาจทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพึงก่อให้เกิดปัญหาทั้งทางเศรษฐกิจสังคมและการแพทย์จน
ต้องจัดเป็นปัญหาเร่งด่วนของประเทศอย่างหนึ่งที่ต้องรีบแก้ไข
|
|
| |
| |
|
EditRegion3 |