อรพินพ์ สำอางค์ : แม่พิมพ์แห่งเพียวเลิฟเนอร์สเซอรี่
|
อรพินพ์ สำอางค์ “ครูติ๋ง” พี่สาวใจดี อดีตแกนนำเยาวชนเพียวเลิฟตั้งแต่ยุค “หนุ่ม
สาวก้าวสวย” (2539 – 2541) สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยราชภัฏ
บ้านสมเด็จเจ้าพระยาสาขาจิตวิทยาและการแนะแนวทำกิจกรรมด้านเด็กและเยาวชน
อย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ “เพียวเลิฟเนอร์สเซอรี่”(Pure
Love Nursery)
สถานรับเลี้ยงเด็กย่านหัวหมากเป็นผู้นำปรัชญาและแนวคิดรักบริสุทธิ์ (Pure Love)
และจิตอาสาผสมผสานกับประสบการณ์์ชีวิตครอบครัวที่อบอุ่นมาเป็นแนวทางในการ
เลี้ยงดูและพัฒนาเด็กในสถานรับเลี้ยงเด็กแห่งนี้ จนได้รับการยอมรับ
PureLoveNet : ทำงานมาถึงตรงนี้ คิดว่า “จิตอาสา” คืออะไร
อรพินท์ สำอางค์ : จิตอาสา หรือ อาสาสมัครนั้น คือ ความปรารถนาที่จะทำงานเพื่อ
ประโยชน์สุขของผู้อื่นหรือส่วนรวม โดยออกมาจากใจของเรา ไม่ใช่เพราะเป็นหน้าที่
ี่ความรับผิดชอบ หรือทำเพราะความจำใจแต่เราลงมือกระทำด้วยความตั้งใจและ
|
|
|
จริงใจ โดยไม่หวังผลตอบแทน โดยไม่คำนึงถึงตัวเงินหรือผลประโยชน์ของตัวเอง แต่ทำด้วยความทุ่มเทอย่างเต็มที่
ถึงแม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยแค่ไหน ก็ไม่ย่อท้อ คนที่มี “จิตอาสา” จริงๆ จะมั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลง เพราะว่าเขาทำงานอาสา
โดยไม่ต้องรอปัจจัยภายนอกมาหลอกล่อหรือจูงใจ เขาทำงานอาสาด้วยจิตวิญญาณและด้วยความรักที่จริงใจต่อผู้อื่น กล่าวได้ว่า ความรักบริสุทธิ์ คือ บ่อเกิดของจิตอาสาอันยิ่งใหญ่ เราจะเห็นได้ว่า คุณพ่อคุณแม่ ปู่ย่าตายาย คือ ผู้มีจิตอาสาที่ยิ่งใหญ่สำหรับลูกๆ และบุคคลในครอบครัว ท่านเป็นตัวอย่างของผู้จิตอาสาที่ดีที่สุดสำหรับ
ลูกหลาน ที่ควรศึกษา เรียนรู้ และสืบทอดจิตวิญญาณเช่นนั้นจากท่าน นี่คือข้อคิดที่พี่ได้เรียนรู้ตั้งแต่สมัย
เป็นแกนนำนักศึกษาในโครงการเพียวเลิฟ ซึ่งปัจจุบันก็ยังคงยึดถือและใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิตและการทำงาน
ตลอดมา
|
|
PureLoveNet : มีแรงบันดาลใจอะไรที่ทำให้มาทำงานสังคม
อรพินท์ สำอางค์ : พี่เชื่อเสมอว่าทุกชีวิตต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ไม่มีใครสามารถอยู่ลำพังคนเดียวแล้วประสบความสำเร็จหรือมีความ
สุขอย่างแท้จริงได้ แม้ว่าเราจะมีความสุขแต่ถ้าคนรอบข้างเรายังคงต้อง
ทนทุกข์ทรมาน แล้วเราจะมีความสุขอยู่ได้อย่างไร จำได้ว่าครั้งหนึ่งสมัย
เป็นนักศึกษาได้ร่วมกิจกรรม “สานฝันปันรัก” ซึ่งเป็นกิจกรรมในโครงการ
เพียวเลิฟ โดยไปจัดกิจกรรมให้เด็กๆ ที่ถูกทอดทิ้งในสถานสงเคราะห์ เป็นกิจกรรมนันทนาการ เล่นเกม ละคร สนุกสนาน พอเราเห็นรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ของน้องๆ ก็เกิดความรู้สึกขึ้นมาในใจว่า เราได้รับโอกาสที่ดี
มากเพียงใดในชีวิต ทั้งครอบครัว การศึกษา ในเมื่อเรามีโอกาสที่ดีกว่า ทำไมเราไม่แบ่งปันโอกาสที่ดีๆ ที่เราได้รับแก่ผู้ที่ขาดโอกาสบ้างประสบ
การณ์
ในวันนั้นได้เปิดโลกทัศน์ของเราำให้เราได้รู้สึกว่ามนุษย์ทุกคนล้วน
เป็นพี่น้องกัน ถ้าเราอยู่อย่างเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน สังคมนี้ก็จะอยู่กันอย่างมี
ความสุขมากขึ้น ความรู้สึกในวันนั้นได้เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้อยากจะทำ
งานกับเด็กๆ เรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้
|
|
|
PureLoveNet : ควรเริ่มเมื่อไหร่ และที่ไหน
อรพินท์ สำอางค์ : เริ่มได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้เลย เพราะว่าเมื่อวานก็ผ่านมาแล้ว พรุ่งนี้ก็ยังมาไม่ถึง ดังนั้นเราต้องเริ่มลงมือ
ทำตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ไม่ต้องรอให้ถึงพรุ่งนี้ สามารถเริ่มทำได้ทุกๆ ที่ ตั้งแต่ในบ้านของเราเอง เช่น ถ้าไม่มีคนกวาดบ้าน
ถูบ้าน เราก็อาสากวาดถู ถ้าไม่มีคนจัดเก็บข้าวของ เราก็ลงมือจัดเก็บให้เรียบร้อย ไม่ต้องรอให้ใครมาบอกให้เราทำ เมื่อทำเสร็จบ้านช่องก็สะอาด ข้าวของก็เป็นระเบียบเรียบร้อย เราเองเห็นแล้วก็เกิดความสบายใจ นี่คือผลจากการลง
มือทำสิ่งที่ดีงามโดยทันที ตัวพี่เองเริ่มทำกิจกรรมค่ายอาสาตั้งแต่อายุ 14 ปี พอเป็นนักศึกษาก็ได้ทำกิจกรรมในโครง
การเพียวเลิฟ (Pure Love) ตั้งแต่ยุค “หนุ่มสาวก้าวสวย” ปัจจุบันก็ยังเป็นที่ปรึกษาให้กับรุ่นพี่รุ่นน้องที่เคยทำกิจกรรม
มาด้วยกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการเลี้ยงลูก จนถึงเรื่องชีวิตครอบครัว อีกอย่างหนึ่งที่อยากฝากไว้ก็คือ เราต้องจัด
สรรเวลาที่จะดูแลรักษาสุขภาพร่างกายของเราเองให้ดีด้วย ถ้าเรามีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง จิตใจก็แจ่มใส เราก็จะมี
มีพลังที่จะทำงานเพื่อผู้อื่นได้อย่างต่อเนื่องและมีความสุข
|
|
PureLoveNet : ในฐานะรุ่นพี่และอดีตแกนนำเพียวเลิฟ อยากจะฝาก
อะไรถึงเยาวชนในปัจจุบัน
อรพินท์ สำอางค์ : อยากเห็นน้องๆ เยาวชนเปิดโอกาสให้ตัวเองในการร่วม
กิจกรรมที่สร้างสรรค์มากขึ้น เพราะว่าการเรียนรู้และการพัฒนาตัวเองที่ดี
นาตัวเองที่ดีที่สุดคือการลงมือทำและการมีประสบการณ์ด้วยตัวเองพี่เองได้
พัฒนาตัวเองหลายอย่างจากการทำกิจกรรมโดยเฉพาะ อย่างยิ่งการใช้ชีวิต การทำงาน ร่วมกับผู้อื่น ซึ่งมีความแตกต่างหลากหลาย เราได้เรียนรู้ผู้คนที่
แตกต่าง เราได้ฝึกฝนในการปรับตัวที่จะรับฟังและทำงานเป็นทีมกับผู้คน
มากมาย และที่สำคัญที่สุดคือ การที่เราได้สัมผัสความสุขใจที่เกิดจากการ
|
|
|
อุทิศตนและเสียสละเพื่อผู้อื่น การที่มองเห็นคุณค่าของชีวิตทั้งของผู้อื่นและของตัวเราเอง ซึ่งไม่จำเป็นต้องซื้อหาด้วย
เงินแต่ความรู้สึกเช่นนี้จะเกิดได้ก็ด้วยการลงมือทำเท่านั้น วันเวลาในชีวิตเราผ่านไปอย่างรวดเร็ว อย่างปล่อยให้เวลาอัน
มีคุณค่า โดยเฉพาะวัยหนุ่มสาวผ่านไปโดยไร้ประโยชน์ หากเราต้องการจะพัฒนาตัวเองให้เป็นบุคคลที่ประสบความ
สำเร็จและมีคุณค่า ขอให้เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ พลังหนุ่มสาวเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ดังนั้นขอให้น้องๆ เยาวชนมาร่วม
กันสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ สร้างสังคมดีๆ ตั้งแต่วันนี้ร่วมกัน เพื่อสังคมเราจะได้มีความสุขและเกิดสันติภาพตลอดไป และพี่ขอเป็นแรงใจให้กับน้องๆ เยาวชนที่มีจิตอาสาอยู่แล้วจงก้าวเดินไปข้างหน้าเพื่อมวลชนต่อไป ส่วนน้องๆ ที่ยังไม่
เคยทำกิจกรรมจิตอาสา ก็ขอให้ลองดูสักครั้งหนึ่งในชีวิต เชื่อว่าประสบการณ์ที่ดีงามมากมายมีอยู่ทุกที่ ทุกเวลาขอเพียง
แต่เราเปิดโอกาสให้ตัวเองเท่านั้น ต้องลองทำดูนะคะ
|
|
| |
|
| |