 |
| เทพธิดาจูโน่ซึ่งเป็นราชินีแห่ง เหล่าเทพและเทพธิดาของโรมัน |
|
ประเพณีเลือกคู่ หรือหาคู่นี้มีมาแต่โบร่ำโบราณในทุกชาติ ดูเหมือนกับว่า
ได้เกิดขึ้นพร้อมกับวิวัฒนาการของมนุษย์ก็ว่าได้ ประเพณีวาเลนไทน์นี้
ก็มีต้นเหตุ หรือที่มาสมัยที่จักรวรรดิโรมันแผ่อิทธิพลไปทั่ว ชาวโรมันสมัย
โบราณมีการฉลองเทพเจ้าองค์หนึ่งชื่อ ลูแปร์คูส (Lupercus)ซึ่งตรงกับวัน
ที่ 15กุมภาพันธ์และถือว่าเป็นการฉลองใหญ่ส่วนหนึ่งของการฉลองใหญ่นี้ก็จะ
เป็นการจัดงานหาคู่ของพวกหนุ่มสาวซึ่งจัดขึ้นในวันก่อนวันฉลองใหญ่ 1 วัน
คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์นี้จะถือโอกาสให้พวกหนุ่มสาวเสนอตัวเป็นคนรักกัน
ชั่วระยะเวลา 1 ปีช่วงนี้จะเรียกว่าเป็นช่วงทดลองมิตรภาพเพื่อดูว่าทั้งคู่จะมี
นิสัยใจคอเข้ากันได้หรือไม่ชาวโรมันเป็นคนศรัทธาในเทพเจ้า และสิ่งศักดิ์
สิทธิ์ต่างๆก็มีความเชื่อกันว่าพวกตนมีเทพเจ้าองค์หนึ่งซึ่งเขาขอให้เป็นผู้ดูแล
ความรักของเขาในระหว่างช่วงระยะเวลาการทดลองเป็นคู่รักกัน 1 ปี นั้น
เทพเจ้าองค์นี้เป็นหญิงชื่อเทพธิดาจูโน่ (Juno Februata) ซึ่งตามเทพนิยาย
ของชาวโรมันเป็นมเหสีของเทพจูปิเตอร์ (Jupiter) องค์มหาเทพเจ้าทั้งหลาย
ครั้นต่อมา เมื่อชาวโรมันส่วนใหญ่กลับใจมาถือศาสนาคริสต์ (ตั้งแต่ปลาย
ศตวรรษที่ 4) ประเพณีของหนุ่มสาวที่จะหาคู่เพื่อทดลองเป็นคนรักกันเพื่อจะ
แต่งงานกันในเวลาต่อไปนั้นก็ยังนิยมทำกันอยู่ แม้ว่าจะเป็นคริสตชนแล้วก็
ตาม ฉะนั้นเขาก็ยังรักษาประเพณีการเลือกคู่ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นั้นอยู่
ตลอดมา เพียงแต่ว่าหนุ่มสาวโรมันชาวคริสต์ได้หันมาเปลี่ยนตัวผู้อุปถัมภ์
องค์ใหม่ เพราะคริสตชนไม่นับถือเทพเจ้าหรือเทพธิดาอย่างกาลก่อน |
|
เขาจึงหันมาเลือกหานักบุญในคริสตศาสนาที่มีวันฉลองในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งก็มีนักบุญวาเลนไทน์องค์นี้เองจึงขอ
ยืมชื่อท่านมาเป็นองค์อุปถัมภ์แทนเทพเจ้าเดิมของชาวโรมันเรื่องราวความเป็นมามีดังนี้ฉะนั้นถ้าท่านนักบุญมีชีวิตอยู่
ท่านอาจรู้สึกงงงวยในตำแหน่งที่หนุ่มสาวได้เลือกตั้งและแต่งตั้งให้ท่านเป็นผู้อุปถัมภ์ โดยที่ท่านไม่ได้รู้เรื่องทางโลก
ของหนุ่มสาวด้วยเลยแม้แต่น้อย |
ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาวที่จะช่วยให้ก้าวหน้าในความรักที่แท้จริงนั้น
ก็ควรจะประกอบด้วย 3 ข้อด้วยกัน ดังนี้
1. ให้รู้จักกันทั้งในด้านดี ในด้านเสีย และข้อผิดพลาดซึ่งต่างก็มีอยู่ และ
ยอมรับซึ่งกันและกันในข้อเหล่านั้น
2. ให้เคารพและเห็นใจกัน โดยเสียสละต่อกัน เพื่อให้คนรักของตนได้รับ
ความดี และความสุขใจในทางที่บริสุทธิ์งดงาม
3. ให้มีการปรับปรุง และเปลี่ยนนิสัยของตนในส่วนที่บกพร่อง เพื่อจะอยู่
กันด้วยความสุขในอนาคต
ลักษณะทั้งสามดังกล่าวนี้ คงจะเป็นประโยชน์สำหรับหนุ่มสาวไทยไม่เฉพาะ
ในวันวาเลนไทน์หรือสำหรับกลุ่มที่นิยมประเพณีต่างประเทศเท่านั้น แต่สำหรับทุกคู่ที่แสวงหาวิธีการเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน
อันจะนำไปสู่ความรักที่มั่นคงและยั่งยืนชั่วชีวิต
|
 |
|
ดอกไม้ " วันวาเลนไทน์ "
มนุษย์ได้ใช้ดอกไม้เป็นสื่อในการแสดงความรักต่อกันมานานแล้ว เราอาจจะคิดว่าดอกไม้เป็นสิ่งที่สามารถใช้สื่อ
ความหมายเฉพาะความรักของหนุ่มสาวเท่านั้น แต่แท้จริงแล้ว ดอกไม้แต่ละชนิดสามารถสื่อความรักได้หลายรูป
แบบ ทั้งยังไม่จำกัดอายุและเพศอีกด้วย
|

|
กุหลาบขาว (white rose) : สีขาวเป็นสีแห่งความบริสุทธ์ กุหลาบขาวจึงแทนความหมายแห่งความรักบริสุทธิ์ (pure love) ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ดังนั้นจึงสามารถใช้แทนความรักของคนต่างวัย ความรักต่อพ่อแม่ เพื่อน หรือคนที่เรารู้สึกดีด้วยอย่างบริสุทธิ์ใจได้
|

|
กุหลาบแดง (red rose) : จะใช้ในความหมายแทน ประโยคที่ว่า "ฉันรักเธอ" การให้ดอกกุหลาบแดงกับคนรัก หมายถึง ความรักอันลึกซึ้ง จริงจัง กุหลาบแดงจึงมักจะเป็นดอกไม้ที่ชายหนุ่มให้หญิงสาวที่ตนเองตั้งใจจะใช้ชีวิตร่วมกัน
|

|
กุหลาบชมพู (pink rose) : มักถูกใช้แทนความรักแบบโรแมนติก และความเสน่หาต่อกัน การให้ดอกกุหลาบสีชมพู แสดงถึงความรักที่กำลังเริ่มงอกงามในใจ และสามารถพัฒนาต่อไปเป็นความรักที่ลึกซึ้งได้
|

|
กุหลาบเหลือง (yellow rose) : สีเหลืองเป็นสีแห่งความสดใส กุหลาบสีเหลืองถูกใช้สำหรับแทนความรักแบบเพื่อน พี่น้อง และความสนุกสนานรื่นเริง ทำให้ผู้รับรู้สึกสดชื่นรื่นเริง
|
|
จะเห็นได้ว่าดอกไม้เป็นประดิษฐกรรมทางธรรมชาติที่มนุษย์เรานำมาใช้เป็นสื่อแทนความหมาย แห่งความรักได้หลาย
รูปแบบการมอบดอกไม้ให้กับคนที่เรามีความรู้สึกพิเศษจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ...Valentine นี้ คุณมีดอกไม้ในใจที่จะให้คนที่คุณรักแล้วหรือยัง |