History
Activity
ค้นหา Google
Check E-Mail
  hotmail.com
  yahoo.com
  gmail.com
บริการข้อมูล
ค้นหาเบอร์โทรศัพท์
ค้นหารหัสไปรษณีย์

พยากรณ์อากาศ
ตารางเวลารถไฟ
ตารางเวลาเดินรถ บ.ข.ส
.
ช็คเที่ยวบินการบินไทย
หนังสือพิมพ์
ไทยรัฐ เดลินิวสคมชัดลึก
โพสต์ุทูเดยผู้จัดการ มติชน
ข่าวสด ฐานเศรษฐกิจ
กรุงเทพธุรกิจ บ้านเมือง
ประชาชาติธุรกิจ เนชั่น
Bangkok Post แนวหน้า
เส้นทางเศรษฐกิจ สยามรัฐ
Web Ranking


powered by truehits

สถานรับเลี้ยงเด็กเพียวเลิฟ
  มิตรแท้กับมิตรเทียม (True Friends & False Friends)
  คำว่า มิตร มีรากศัพท์คำเดียวกับคำว่า เมตตา   ซึ่งมีความหมายว่าความรักใคร่
   ห่วงใยปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุข เพราะฉะนั้นคำว่า มิตร   จึงหมายถึงผู้ที่รักใคร่
  ชอบพอกัน ปรารถนาดีต่อกัน   กล่าวคือ มีความเมตตาทั้ง    ทางกาย วาจาใจ   ต่อกัน ทั้งต่อหน้าและลับหลัง คำว่า มิตร       นั้นมักมีคำที่ใช้แทนกันหลายคำ
  เช่น สหาย แปลว่า ผู้ไปด้วยกัน       มีความคิดเห็นเหมือนกัน สขา     แปลว่า
  เพื่อน คือ  ผู้คบกันคุ้นเคยสนิทสนม

   มิตรมี 2 จำพวกใหญ่ คือ มิตรแท้ และมิตรเทียม

 มิตรแท้ (True Friends)
 มิตรแท้มี 4 ประเภท คือ


1.มิตรมีอุปการะ (Helper
) ได้แก่ เพื่อนที่มีบุญคุณ     มีลักษณะเป็นผู้ใหญ่คอยคุ้มครองป้องกันเพื่อนของตนทั้งเป็นที่
ี่พึ่งของเพื่อนได้ มีลักษณะโดยสรุป 4 ประการ ดังนี้คือ
          1.1 ป้องกันเพื่อนผู้ประมาท หมายถึง มิตรที่ช่วยป้องกันชีวิตชื่อเสียงและเกียรติยศของเพื่อน
          1.2 ป้องกันทรัพย์สมบัติของเพื่อนผู้ประมาท หมายถึง     มิตรที่คอยแนะนำห้ามปรามเพื่อนเมื่อเห็นเพื่อนใช้จ่าย
ทรัพย์สมบัติไปในทางอบายมุข หรือลงทุนที่มีการเสี่ยงเกินไป
          1.3 เมื่อมีภัยเป็นที่พึ่งพำนักได้ หมายถึง มิตรที่คอยอุปการะช่วยเหลือเมื่อเพื่อนตกทุกข์   เมื่อเพื่อนมีภัยก็ให้การ
คุ้มครองป้องกัน
          1.4 เมื่อมีธุระช่วยออกทรัพย์ให้เกินกว่าที่ออกปาก หมายถึง มิตรที่ช่วยเหลือเพื่อน   เมื่อเพื่อนมีความจำเป็นต้อง
ใช้เงินออกปากขอยืมเงิน ก็ตอบสนองด้วยดี เสนอให้ยืมเกินกว่าที่ขอยืม ไม่แสดงความโลภออกมา

2.มิตรร่วมสุขร่วมทุกข์ (Man who is the same in weal and woe)
ได้แก่ เพื่อนสนิทเหมือนญาติ ไว้วางใจกัน คอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน  มีลักษณะ
โดยสรุป 4 ประการ ดังนี้คือ
          2.1 ขยายความลับของตนแก่เพื่อน หมายถึง   ต่างฝ่ายต่างเผยความลับ
ของตนแก่เพื่อน ถ้าความลับนั้นมีจุดอ่อนหรือปมด้อยก็ช่วยกันแก้ไข    และเป็น
การให้ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน
          2.2 ปิดความลับของเพื่อนมิให้แพร่หลาย หมายถึง   มิตรที่มีความจริงใจ
ต่อเพื่อน รักษาน้ำใจซึ่งกันและเอาไว้   โดยการไม่เปิดเผยความลับของเพื่อนไม่
ให้ผู้อื่นรู้
          2.3 ไม่ละทิ้งยามวิบัติ หมายถึง    เมื่อเวลาที่เพื่อนตกทุกข์ได้ยากก็คอย
ช่วยเหลือ ไม่ละทิ้ง
          2.4 แม้ชีวิตก็อาจสละแทนได้ มายถึงเมื่อเวลาที่เพื่อนตกอยู่ในอันตราย
ก็เข้าช่วยเหลือถึงแม้ตัวเองจะต้องเสี่ยงชีวิตก็ตาม

 

  3.มิตรแนะนำประโยชน์ (Man who gives good counsel)   ได้แก่      เพื่อนที่คอยแนะนำแต่ในทางที่ดีมีลักษณะเหมือนครูมีลักษณะโดยสรุป 4 ประการ
ดังนี้คือ
          3.1 ห้ามไม่ให้ทำชั่ว หมายถึง เห็นเพื่อนทำความชั่ว เพราะความไม่รู้    หรือ
ความประมาทคึกคะนองก็เข้าห้ามปรามแสดงถึงเหตุผลให้เพื่อนมี หิริ      คือ ความ
รังเกียจต่อความชั่ว และ โอตตัปปะ ความเกรงกลัวผลของความชั่ว
          3.2 แนะนำให้ทำแต่ความดี หมายถึง นอกจากห้ามไม่ให้เพื่อนทำชั่วแล้วยัง
สอนเพื่อนให้รู้จักคุณความดีสอนให้ประพฤติดี
          3.3 ให้ฟังในสิ่งที่ยังไม่เคยทำ   หมายถึงถ้าเพื่อนยังไม่มีความรู้ในทางหลัก
ธรรมคุณความดี กฎแห่งกรรม มากนัก ก็เล่าให้เพื่อนฟัง
          3.4 บอกทางสวรรค์ให้ ทางสวรรค์ หมายถึง   ทางไปสู่อนาคตอันสดใสด้วย
การแสวงหาความรู้หรือปัญญา

4.มิตรมีความรักใคร่ (Man who sympathizes) ได้แก่ เพื่อนประเภทสหาย มีลักษณะโดยสรุป 4 ประการ   ดังนี้คือ
          4.1 ทุกข์ ทุกข์ ด้วย หมายถึง เมื่อเห็นเพื่อนมีความทุกข์ ไม่ว่าทางใด ทางกายใจ  ก็ให้ความช่วยเหลือในทุกด้าน ปลอบโยน แสดงถึงความเห็นอกเห็นใจ
          4.2 สุข สุข ด้วย หมายถึง มิตรที่เห็นเพื่อนมีความสุข ไม่ว่าทางกายหรือทางใจ ก็พลอยยินดีกับเพื่อนด้วย เข้าไป
แสดงความยินดีด้วย
          4.3 โต้เถียงผู้ที่ติเตียนเพื่อน หมายถึง เมื่อเห็นคนอื่นติเตียนเพื่อนของเรา ไม่ว่าต่อหน้าและลับหลัง ก็ช่วยพูดจาชี้
แจงให้เข้าใจซึ่งกันและกัน ไม่ให้เพื่อนเสียหาย
          4.4 รับรองคนพูดสรรเสริญเพื่อน หมายถึง เมื่อเห็นคนพูดจาชมเชยเพื่อนก็พูดจาสนับสนุน

 

มิตรเทียม (False Friends)
          มิตรเทียม มาจากคำว่า มิตรปฏิรูป ซึ่งอาจมีความหมายว่า คนเทียมเป็นมิตรหรือคนปลอมเป็นมิตร ซึ่งมี 4 ประเภทคือ
1.คนปอกลอก (Out-and-out robber) คนประเภทนี้ไม่ใช่มิตร แต่แสดงตัวว่า
เป็นมิตร ซึ่งหวังผลประโยชน์จากคนที่คบด้วย มีลักษณะโดยสรุป 4 ประการ
ดังนี้คือ
          1.1 คิดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว คือ คนที่เอาเปรียบ
          1.2 เสียน้อย คิดเอาให้มาก คือ เมื่อในกรณีที่มีการลงทุน จะเสียน้อย แต่
พอได้รับประโยชน์หรือผลตอบแทนแล้ว จะรับเอาแต่มาก
          1.3 เมื่อมีภัยแก่ตัว จึงรับทำกิจของเพื่อน คือ ตามปกติคนประเภทนี้จะไม่
ยอมช่วยเหลือใคร แต่เมื่อตนประสบปัญหาแล้วจึงมาแกล้งแสดงตัวเป็นมิตร
          1.4 คบเพื่อนเพราะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว คือ คนประเภทนี้เป็นคนเห็น
แก่ตัว เมื่อคบเพื่อนคนใดแล้วก็จะเห็นแต่ประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น

 


 2.คนดีแต่พูด (Man who pays lip-service) คนดีแต่พูด ไม่ถึงกับเป็นคนหลอกลวง แต่กะล่อน ขอให้ได้พูด พูดในสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ส่วนมากเป็นเรื่องไร้สาระ มีลักษณะโดยสรุป 4 ประการ ดังนี้คือ
          2.1 เก็บของล่วงแล้วมาปราศรัย คือ     พวกที่คอยเรียกร้องความสนใจ ส่วนใหญ่แล้วจะเอาเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตมาพูด
          2.2 อ้างเอาของที่ยังไม่มีมาปราศรัย คือ พวกที่ชอบพูดในเรื่องของอนาคต พูดในทำนองการพยากรณ์ ทำตัวเป็นผู้รอบรู้
          2.3 สงเคราะห์ด้วยสิ่งที่หาประโยชน์มิได้ คือ    ถ้าช่วยเหลือคนที่คบกัน
กันอยู่ก็จะช่วยเหลือแบบเล่น ให้สิ่งที่ไม่มีประโยชน์
          2.4 ออกปากพึ่งมิได้ คือ เมื่อเพื่อนต้องการพึ่งเพราะว่ามีความเดือดร้อน
บางอย่าง ก็บ่ายเบี่ยงแบ่งรับแบ่งสู้


3.คนหัวประจบ (Flatterer) คนหัวประจบเป็นคนที่คอยตามใจเพื่อน ให้เพื่อนเป็นผู้นำ ส่วนตนนั้นทำตัวเป็นผู้ตาม
เพราะหวังผลประโยชน์ ไม่ว่าสิ่งใดก็สิ่งหนึ่ง มีลักษณะโดยสรุป 4 ประการ ดังนี้คือ
          3.1 จะทำชั่วก็คล้อยตาม คือ เมื่อเห็นเพื่อนทำชั่วก็ไม่ห้ามปราม กลับช่วยสนับสนุน
          3.2 จะทำดีก็คล้อยตาม คือ เมื่อเพื่อนทำดีก็เห็นด้วยคอยสนับสนุนเอาใจเพื่อน
          3.3 ต่อหน้าว่าสรรเสริญ คือ คอยยกย่องเพื่อนต่อหน้าเพื่อเอาใจเพื่อน
          3.4 ลับหลังนินทาเพื่อน คือ เมื่อเพื่อนไม่เห็น ไม่ได้ยิน กลับนินทาว่าร้ายต่างๆ

4.คนชักชวนในทางฉิบหาย (Leader to destruction) คนชักชวนในทางฉิบหายคบเพื่อนเพื่ออาศัยเพื่อนเป็นเครื่องมือหาความสนุกเพลิดเพลิน
ของตน มีลักษณะโดยสรุป 4 ประการ ดังนี้คือ
          4.1 ชักชวนดื่มน้ำเมา คือ ชักชวนให้เพื่อนดื่มสุราเมรัยซึ่งเป็นโทษทั้งต่อ
ตนเองและผู้อื่น
          4.2 ชักชวนเที่ยวกลางคืน เช่น เที่ยวตามสถานบริการบันเทิงต่างๆ
          4.3 ชักชวนให้มัวเมาในการเล่น คือ เล่นกีฬาหรือเล่นเกมต่างๆ ที่มีการ
พนันอยู่ด้วย
          4.4 ชักชวนเล่นการพนัน หมายถึง เล่นการพนันล้วนๆ

 
ที่มา : ที.ปา.11/192/201.
ภาพประกอบจาก : โครงการเพียวเลิฟ

EditRegion3
โครงการเพียวเลิฟ (Pure Love) และ โครงการสานสันติภาพภาคใต้
4 อาคารยูซีเอฟ ซอยถาวรธวัช 1 ถนนรามคำแหง 24 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพ 10240
โทร 0-2718-7766 ต่อ 321, โทรสาร 0-2718-5086 E-mail: purelovenet@gmail.com