Homepage
About Us
History
Principle
Staff
Activity
Activity News
Southern Thailand Peace Initiative
Hightlight
Support
Interview
Webboard
Seminar
ดาวน์โหลด
Contact
Check E-Mail
บริการข้อมูล
หนังสือพิมพ์
เวบเพื่อนบ้าน
เพียวเลิฟกาวิละวิทยาลัย
PURE LOVE KOREA
Web Ranking


powered by truehits

UPDATE
26.09.09 12:40 PM
  วันงดสูบบุหรี่โลก

 วันงดสูบบุหรี่โลกนั้นเริ่มมีการจัดงานครั้งแรกในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 เนื่องจากองค์การอนามัยโลก เล็งเห็น
 อันตรายของบุหรี่และสุขภาพของผู้สูบบุหรี่       รวมถึงผู้ที่ไม่สูบแต่ต้องมารับควันบุหรี่ด้วย จึงจัดงานวันงดสูบบุหรี่โลก
 หรือชื่อในภาษาอังกฤษว่า World No Tobacco Day  เพื่อกระตุ้นให้ผู้ที่สูบบุหรี่อยู่เลิกสูบ และให้รัฐบาลชุมชนและ
 ประชากรโลกได้ตระหนักถึงความสำคัญเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม    อีกทั้งยังได้ประกาศให้มีการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่
 ที่ใช้ชื่อว่า World Spidemic ซึ่งสื่อถึงการสูบบุหรี่ที่เป็นเหมือนโรคระบาดที่ระบาดอยู่ทั่วโลก โดยในวันงดสูบบุหรี่โลก
 ในแต่ละปีก็จะมีคำขวัญที่แตกต่างกันออกไป ดังต่อไปนี้ 

     ปี 2531  บุหรี่หรือสุขภาพ ต้องเลือกสุขภาพ (Between tobacco and the health, choose health) 

     ปี 2532  พิษของบุหรี่ต่อสตรี  ยิ่งมีมากกว่าบุรุษ (Women and Tobacco: Added risk)

     ปี 2533  เติบโตอย่างสดใส  ห่างไกลจากภัยบุหรี่ (Growing up without tobacco)

     ปี 2534  สถานที่สาธารณะและยวดยานปลอดบุหรี่ (Public places and transport:  Better be tobacco free)

     ปี 2535  ที่ทำงานปลอดบุหรี่ สุขภาพดี  ชีวีปลอดภัย (Tobacco free work places: Safer and healthier)

     ปี 2536  บุคลากรสาธารณสุขร่วมสร้างสรรค์สังคมปลอดบุหรี่ (Health services, our window to a tobacco –
    free world)

     ปี 2537  ทุกสื่อร่วมใจต้านภัยบุหรี่ (The media against tobacco)

     ปี 2538  บุหรี่ก่อความสูญเสียมากกว่าที่คุณคิด (Tobacco costs more than you think)

     ปี 2539  ศิลปะและกีฬาไม่พึ่งพาบุหรี่ (Sport and the arts: play it tobacco free)

     ปี 2540  ผนึกกำลังเพื่อสังคมปลอดบุหรี่ (United for a Tobacco – free world)

     ปี 2541  คนรุ่นใหม่ไม่สูบบุหรี่ (Growing up without tobacco)

     ปี 2542  อนาคตมีคุณค่า เมื่อบอกลา...เลิกบุหรี่ (Leave the pack behind)

     ปี 2543  บุหรี่คร่าชีวิต  อย่าหลงผิดตกเป็นเหยื่อ (Tobacco kills don’t be Duped)

     ปี 2544  เห็นใจคนรอบข้าง  ร่วมสร้างอากาศสดใส  ปลอดจากภัยควันบุหรี่ (Second-Hand Smoke: Let’s          Clear the Air)

     ปี 2545  กีฬาปลอดบุหรี่  ส่งผลดีต่อสุขภาพ (Tobacco Free Sports – Play it clean)

      ปี 2546  ภาพยนตร์ปลอดบุหรี่  ส่งผลดีต่อเยาวชน (Tobacco free films tobacco free fashion)

     ปี 2547  บุหรี่ : ยิ่งสูบ...ยิ่งจน (ครอบครัวปลอดบุหรี่ จะมั่งมีและแข็งแรง) (Tobacco and Poverty
    (A Vicious Circle)) 

     ปี 2548  ทีมสุขภาพร่วมใจ ขจัดภัยบุหรี่ (Health Professionals and Tobacco Control)

     ปี 2549  บุหรี่ทุชนิดนำชีวิตสู่ความตาย (Tobacco: Deadly in any form or disguise)

     ปี 2550  ไร้ควันบุหรี่  สิ่งแวดล้อมดี  ชีวีสดใส (100% Smoke-Free Environments: Create and Enjoy)  

     ปี 2551  เยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมใจ ต้านภัยบุหรี่ (Tobacco - free Youth)  

     ปี 2552 บุหรี่มีพิษ ร่วมคิดเตือนภัย (Tobacco Health Warnings)

 อย่างไรก็ตามรัฐบาลไทยก็ได้ตระหนักถึงความสูญเสีย   ทางด้านชีวิตของประชากรที่เกิดจากการสูบบุหรี่  จึงได้มีการ
 รณรงค์ให้เลิกสูบบุหรี่ รวมถึงกำหนดมาตรการต่างๆ โดยการดูแลของกระทรวงสาธารณสุข    ที่จะพยายามให้เกิดการ
 เลิกสูบบุหรี่ ดังเช่นที่กระทรวงได้ประกาศบังคับใช้มาตรา 12  แห่งพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2535
 ให้มีการพิมพ์คำเตือน และโทษของการสูบบุหรี่ที่ข้างซอง    ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา
 อีกทั้งยังมีกฏหมายที่ใช้คุ้มครองสุขภาพประชาชน ได้แก่ 
    1. พระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. 2535      ที่มีสาระสำคัญในการประกาศเขตปลอดบุหรี่
    ซึ่งแบ่งเขตปลอดบุหรี่ออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 
        - เขตปลอดบุหรี่อย่างแท้จริง เช่น รถยนต์โดยสารประจำทาง ทั้งแบบปรับอากาศและไม่ปรับอากาศ   รวมถึง
        แท็กซี่ ตู้รถไฟปรับอากาศ และห้องชมมหรสพ
        - เขตปลอดบุหรี่ทั้งหมด เช่น โรงเรียน ห้องสมุด แต่ยกเว้นห้องส่วนตัว
        - เขตปลอดบุหรี่เกือบทั้งหมด เช่น สถานพยาบาล ศูนย์การค้า สถานที่ราชการและรัฐวิสาหกิจ หากจะสูบก็ให้
        สูบเฉพาะในเขตสูบบุหรี่
        - เขตปลอดบุหรี่อย่างน้อยครึ่งหนึ่งของพื้นที่นั้นๆ             เช่น ตู้รถไฟโดยสารทั่วไปที่ไม่ใช่แบบปรับอากาศ         และร้านขายอาหารทั่วๆ ไป    เฉพาะบริเวณที่มีระบบปรับอากาศ แต่ต้องจัดเขตสูบบุหรี่ไม่ให้เกินครึ่งหนึ่งของ
        พื้นที่ทั้งหมด

    2. พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ที่มีสาระสำคัญในการห้ามขายบุหรี่ให้กับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี หากผู้
    ใดฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท     รวมถึงห้ามขายสินค้าอื่นและแถมบุหรี่ให้ หรือขาย
    บุหรี่แล้วแถมสินค้าอื่น และห้ามการโฆษณาทั้งทางตรงและทางอ้อม   

    โทษของบุหรี่
    การสูบบุหรี่นั้นถือเป็นการทำลายสุขภาพ         ทั้งต่อผู้สูบเองและผู้อยู่ใกล้ชิดที่สูดเอาอากาศที่มีควันบุหรี่เข้าไป
    เพราะควันบุหรี่ประกอบด้วยสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และมีสารก่อมะเร็ง ไม่ต่ำกว่า 42 ชนิด ซึ่งสารอันตราย
    ที่สำคัญ เช่น
         คาร์บอนมอนอกไซด์ 
        ทำให้เม็ดเลือดแดงไม่สามารถจับออกซิเจนได้เท่ากับเวลาปกติ หากได้รับจะเกิดการขาดออกซิเจน ทำให้มึนงง
        ตัดสินใจช้า เหนื่อยง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหัวใจ 
         นิโคติน 
        เป็นสารระเหยในควันบุหรี่ มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง มีผลต่อต่อมหมวกไต ทำให้เกิดการหลั่งอิพิเนฟริน ทำให้
        ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจ เต้นเร็วกว่าปกติ และไม่เป็นจังหวะ หลอดเลือดที่แขนและขาหดตัว เพิ่มไขมันในเส้น
        เลือด (ก้นกรองไม่ได้ทำให้ปริมาณนิโคตินลดลงได้) 
         ทาร์ หรือน้ำมันดิน
        เป็นคราบมันข้นเหนียว สีน้ำตาลแก่ เกิดจากการเผาไหม้ของกระดาษและใบยาสูบ และเป็นสารก่อมะเร็งต่างๆ
        เช่น มะเร็งปอด, กล่องเสียง, หลอดลม. หลอดอาหาร, ไต, กระเพาะปัสสาวะ และอื่นๆ ร้อยละ 50 ของน้ำมัน
        ดินจะไปจับที่ปอด เกิดระคายเคือง ทำให้ไอเรื้อรัง มีเสมหะ 

    จากการสำรวจพบว่าผู้ที่เป็นมะเร็งปอดนั้น ร้อยละ 90 เป็นผลเนื่องมาจากการสูบบุหรี่ โดยมีผลวิจัยระบุ
    ว่า ผู้ที่สูบบุหรี่เกินวันละ 1 ซอง จะมีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากกว่าผู้ที่ไม่สูบถึง 5-20 เท่า 

 ผู้ที่สูบบุหรี่ยังเสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจ อาจมีอาการไอเรื้อรัง บางครั้งไอถี่จนไม่สามารถนอนได้ นอกจากนี้ทาร์
 ในควันบุหรี่จะสะสมอยู่ในปอด จะทำให้เป็นโรคถุงลมโป่งพอง ทำให้หายใจขัด หอบ และหากเป็นเรื้อรังอาจทำให้
 ถึงแก่ความตายได้ง่ายเช่นเดียวกัน 

 นอกจากนั้นยังพบว่าการสูบบุหรี่ ก่อให้เกิดโรคอื่นๆ อีกหลายอย่าง เช่นโรคกระเพาะอาหารเป็นแผล โรคความดัน
 เลือดสูง โรคตับแข็ง โรคปริทนต์ โรคโพรงกระดูกอักเสบ โรคหลอดลมอักเสบ โรคหัวใจ เป็นต้น    และยังส่งผล
 ต่อบุคลิกภาพของผู้สูบบุหรี่อีกด้วย

    ผลข้างเคียงต่อบุคคลอื่น
    การสูบบุหรี่นอกจากจะเป็นอันตรายต่อผู้สูบเองแล้ว ยังเป็นอันตรายต่อผู้ใกล้ชิดอีกด้วย      คือ หากเด็ก
    ได้รับควันบุหรี่ จะป่วยเป็นโรคหลอดลมอักเสบ ปอดบวม หอบหืด               หูชั้นนอกอักเสบเพิ่มมากขึ้น
    หากหญิงมีครรภ์ได้รับควันบุหรี่ จะทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มน้อยกว่าปกติ รวมทั้งมีโอกาสแท้ง    และคลอดก่อนกำหนด
    อีกทั้งยังส่งผลต่อทารกในครรภ์ที่อาจทำให้สมองช้ากว่าปกติ มีความผิดปกติทางระบบประสาท  และระบบความจำ 
    ขณะที่คู่สมรสของผู้สูบบุหรี่ มีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปอดมากกว่าคู่สมรสที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 2 เท่า มีความเสี่ยงที่จะ
    เป็นโรคหัวใจ 3 เท่า และเสียชีวิตเร็วกว่าปกติถึง 4 ปีคนทั่วไป

    อย่างไรก็ตาม แม้บุหรี่จะมีโทษมากมาย แต่ก็ยังมีคนสูบ ทำให้รัฐต้องออกมาตรการหรือกฎหมายควบคุม
    การสูบบุหรี่ด้วย ทั้ง สวนสาธารณะ, สนามบิน, สถานีรถไฟ, สถานศีกษา, ร้านค้า, ผับ, เธค และสวนอาหาร
    เป็นต้น หากฝ่าฝืนก็จะต้องเสียค่าปรับ
 

                                                                                                                                 โดย: Kapook

EditRegion3
 
ชมรมเพียวเลิฟแห่งประเทศไทย
กลุ่มเพียวเลิฟรามคำแหง
E-mail : purelovenet@gmail.com
 
 
สำนักงานใหญ่
4 ซ.รามคำแหง 24 แยก 2 (ถาวรธวัช 1)
ถ.รามคำแหง หัวหมาก บางกะปิ กรุงเทพฯ
10240 โทร 02-718-7766 ต่อ 321
 
 
ศูนย์ประสานงาน กรุงเทพฯ :
205 หมู่บ้านเสรี 5 ซอยเสรี 9 ถนนรามคำแหง 24
แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพ 10250
โทร 0-2719-2405