ถ้าย้อนไปสมัยก่อน แหล่งนัดพบของเพื่อนฝูงหลังเลิกเรียนคือห้องสมุด เพราะหลังเลิกเรียนนิสิต นักศึกษาไม่รู้จะไปนัดพบ
กันที่ไหน เท่าที่นึกได้ก็ที่ห้องสมุด แต่เดี๋ยวนี้เมื่อสภาพแวดล้อมจงใจให้วัยรุ่นมีที่นัดพบใหม่ซึ่งไม่ไกลมหาวิทยาลัยพวกเขา
จึงไปนัดพบกันที่ร้านเหล้าตั้งแต่อาทิตย์ยังไม่ตกดิน จากการสำรวจของศูนย์กิจกรรมเยาวชนเพื่อชุมชนและสังคม (Y - Act) ซึ่งเป็นเครือข่ายเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้พัฒนาศักยภาพทางสังคมของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุข
ภาพ (สสส.) พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคม พบว่ามหาวิทยาลัย
จำนวน 11 แห่ง มีสถานที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตั้งอยู่บริเวณเดียวกับสถานศึกษาในระยะ 500 เมตร จำนวน 335 ร้าน และมีป้ายโฆษณา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ลด แลก แจก แถม อยู่จำนวน 128 ป้าย มหาวิทยาลัยที่มีร้านเหล้ารายล้อมติด
ชาร์ต 5 อันดับแรก คือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวน 48 ร้าน 16 ป้ายโฆษณา สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า
พระนครเหนือ จำนวน 45 ร้าน 19 ป้ายโฆษณา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตและสวนสุนันทา จำนวน 34 ร้าน 13 ป้าย
โฆษณา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิตจำนวน 34 ร้าน 10 ป้ายโฆษณา และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจำนวน 34 ร้าน
1 ป้ายโฆษณา
เป็นเรื่องที่น่าตกตะลึง!!! ที่ร้านเหล้าต่างแข่งกันผุดขึ้นอย่างกับดอกเห็ด ตั้งตระหง่านสู้พิษ
เศรษฐกิจเช่นนี้ อีกทั้ง
ยังเสมือนเป็นการส่งเสริมค่านิยมผิดๆ ให้แก่เยาวชนอย่างเห็นได้ชัด
มุมมืดที่เกิดขึ้นกับนิสิต นักศึกษาเหล่านี้ได้กลายเป็นเรื่องปกติของพวกเขาไปเสียแล้ว ซึ่งในความนึกคิดของเยาวชนคิด
เพียงว่าการเข้าร้านเหล้าทำให้ได้ร่วมวงนั่งก๊ง สังสรรค์เฮฮา หลังเครียดและล้าจากการเรียน แต่ลึกกว่านั้น...เหล้า...เป็นต้น
ตอที่ก่อให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นการทะเลาะวิวาท ผลกระทบกับการเรียน เรื่องของสุขภาพ ตลอดจนเรื่องที่
น่ากลัวที่สุดคือ อุบัติเหตุ ที่มักจะเห็นเป็นประจำในหน้าหนังสือพิมพ์ ให้สลดใจอยู่เสมอๆ
"นักศึกษาเมา ซิ่งเก๋ง อัดตอม่อดับอนาถ" "น.ศ.สาวเมา เสร็จแท็กซี่หื่น อุ้มเข้าม่านรูด" "นิสิตเมา คว้าปืนยิงคู่อริดับ" นิสิต
นักศึกษาหลายต่อหลายคน ต้องมาจบชีวิตหรือหมดอนาคตไปอย่างน่าเสียดาย เพราะ "เหล้า" ถามว่า "ถึงเวลาแล้วหรือ
ยังกับการแก้ปัญหานี้" ต้องบอกว่า...มันเลยเวลามาตั้งนานแล้วกับปัญหานี้...
วันนี้สังคมไทยอยู่ในยุคที่ความสำนึกอยู่ลึกกว่าก้นบึ้งของหัวใจ ถ้าจะพร่ำบอกให้อาศัยสำนึกดีที่ฝังอยู่ในตัวเยาวชนเองก็
คงได้ แต่อาจจะได้ไม่ถึงครึ่ง ดังนั้น คงเป็นหน้าที่ของสังคม ซึ่งก็คงไม่พ้นรัฐบาล ครู อาจารย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าของ
ร้านเหล้า ฯลฯ ที่จะต้องช่วยกันเอาจริงเอาจังกันอีกสักครั้งในการสกัดกั้นไม่ให้ร้านเหล้าเข้าใกล้สถานศึกษา เพราะอย่าง
น้อยสุดสุดก็เป็นการดึงให้วัยรุ่นมีเวลาดื่มเหล้าน้อยลง เพราะต้องเดินทางไกลขึ้น
ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน
|